aaa
 
หน้าแรก | กิจกรรมงานบุญ | ติดต่อกับผู้ผลิต | 
ค้นหาผลิตภัณฑ์  
 
 
 
 
 
 
เครื่องดื่มชนิดผงพร้อมชง
และเครื่องดื่มชนิดน้ำพร้อมดื่ม
เครื่องสำอางค์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งชนิดน้ำ
พร้อมดื่ม และชนิดแคปซูล
บรรจุแผง / ขวด
 
 
 
 
 
ข้าวกล้องเพาะงอกเบญจกระยาทิพย์
ที่มาของกาแฟ
กระดูกอ่อนฉลามและคอลลาเจน
ที่มาของรังนก
INS 401 คืออะไร
คารายากัม คืออะไร
งานวิจัยซุปไก่สกัด
กลูตาไธโอนคืออะไร
ความเป็นมาของกำลังช้างสาร
สรรพคุณของโชวู
Coenzyme Q10 คืออะไร
โสมกับสุขภาพ
ประโยชน์ของตังถั่งเช่า
สรรพคุณของจับเลี้ยง
ความเป็นมาของทุเรียน
ความเป็นมาของเห็ดหลินจือ
ความเป็นมาของเห็ดไมตาเกะ
ความเป็นมาของตังกุย
ประโยชน์ของเห็ดจีซง
ถาม - ตอบ เรื่องเอนไซม์
ประวัติของโรคเบาหวาน
ความเป็นมาของน้ำมันมะพร้าว
ประโยชน์ของเขากวางอ่อน
ประโยชน์ของผลส้มแขก
ประโยชน์ของจันทน์เทศ
ประโยชน์ของชาใบหม่อน
คุณค่าของมะรุม
ความเป็นมาของผลหม่อน
ประโยชน์ของเมล็ดองุ่นแดง
สรรพคุณของดอกคำฝอย
สรรพคุณของไข่มุก
สรรพคุณของโกฐหัวบัว
สรรพคุณของโกฐเขมา
สรรพคุณของอึ้งคี้หรือปักคี้
สรรพคุณของกำลังวัวเถลิง
สรรพคุณของกำลังหนุมาน
สรรพคุณของกระชายดำ
สรรพคุณของแปะก๊วย
ประโยชน์ของม้าน้ำ
ความเป็นมาของผักชีลาว
สรรพคุณของดอกอัญชัน
สรรพคุณของดอกทองพันชั่ง
สรรพคุณของว่านหางจระเข้
สรรพคุณของใบบัวบก
สรรพคุณของนมผึ้ง
สรรพคุณของต้นไหลเผือก
สรรพคุณของพลูคาว
ความเป็นมาขององุ่น
สรรพคุณของมังคุด
สรรพคุณของหัวไชเท้า
คุณสมบัติของต้น Wicth Hazal
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
QR CODE ของเว็บไซต์
 
 
 

 
 
Karaya gum / กัมคารายา
กัมคารายา (Karaya gum) เป็นกัม (gum) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate)
เป็นสารในกลุ่มไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ (polysaccharide)
ประเภท heteropolysaccharide ที่ใช้เพื่อเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive)
 
ชื่อเรียกอย่างอื่น : Karaya , Gum sterculia , Sterculia , Kadaya , Katilo , Kullo , Kuterra , Gum karaya
 
แหล่งที่มา
กัมคารายา เป็นกัมที่ได้จากน้ำยาง (exudate gum) ของต้น Sterculai urens
ที่มีแหล่งปลูกในประเทศอินเดีย ซูดาน และบางประเทศทางแอฟริกาเหนือ ยางคารายามีสีขาว
สีเหลืองอมชมพู จนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู รูปร่างไม่แน่นอน ไม่ละลายในน้ำ
 
โครงสร้างโมเลกุล
Gum karaya เป็น partially acetylated polysaccharide ที่มีโครงสร้างเป็นกิ่งก้านสาขา
มีน้ำหนักโมเลกุลสูง ในโมเลกุลประกอบด้วย D-gulacturonic acid, D-galactose และ
L-rhamnose ต่อกันเป็นสายหลัก และมีกิ่งแขนงเป็น D-glucuronic acid มีหมู่ uronic acid
ประมาณ 35-40% และมีหมู่ acetyl อยู่ประมาณ 10-14%
 
Gum karaya ที่ผลิตเพื่อการค้า ประกอบด้วย D-gulacturonic acid 30-43%
, D-galactose 13-26% และ L-rhamnose 15-30% นอกจากนี้ยังพบไอออนของโลหะ
Ca และ Mg เชื่อมต่อกับ uronic acid
 
Gum karaya เป็น gum ที่มี rhamnose สูงกว่ากัมจากยางไม้ (exudate gum) ชนิดอื่นๆ
 
คุณสมบัติของคารายากัม
Gum karaya ละลายในน้ำได้น้อย แต่ดูดน้ำและพองตัวได้ดี เนื่องจากมีหมู่ acetyl
ในโครงสร้างทำให้ Gum karaya ละลายในน้ำได้ไม่สมบูรณ์ แต่ให้สารละลายที่ใส
โดยการดูดน้ำอย่างรวดเร็ว ให้ลักษณะเป็นคอลลอยด์ที่มีความหนืด
ที่ความเข้มข้นต่ำ (น้อยกว่า 0.02% ในน้ำเย็น และ 0.06% ในน้ำร้อน) เมื่อทำเป็นผงละเอียด
จะเป็นตัวดูดน้ำและอุ้มน้ำที่ดีและเมื่อกระจายตัวอยู่ในน้ำจะพองตัวได้
60-100 เท่าของปริมาตรเดิม ได้เป็นสารละลายที่มีความหนืดสูง ความหนืดของสารละลาย
จะแปรผันโดยตรงกับความเข้มข้น เมื่อใช้ในปริมาณมากจึงมีสมบัติเป็น strong adhesiveness
ทำให้ได้สารละลาย คอลลอยด์ที่มีความหนืดสูง
 
คุณสมบัติของสารละลาย gum karaya จึงขึ้นอยู่กับขนาดของอนุภาค การกระจายตัวของอนุภาค
ในน้ำเย็นจะให้ความหนืดสูงกว่าในน้ำร้อน gum karaya ทนต่อความเป็นกรดได้สูง
เพราะในโมเลกุลมีกรดยูโรนิก (uronic acid) สูง และยังทนต่อการ hydrolysis ที่ความเข้มข้น
ของสารละลาย hydrochloric acid สูงถึง 10% ที่อุณหภูมิห้องนานอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
 
การใช้ประโยชน์ในอาหาร
คารายากัมใช้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (food additive) INS 416 เป็นไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid)
มีลักษณะเป็นผง เช่น อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) , ทำให้เกิดความข้นหนืด (thickening agent)
และ ทำให้คงตัว (stabilizing agent)
 
ในการเคลือบ ทำไส้ขนม น้ำราด ขนมหวาน ใช้ผลิตรังนกเทียม
เนื่องจากดูดซับน้ำและพองตัวคล้ายรังนกมาก
 
คัดลอกบางส่วนจาก : http://www.foodnetworksolution.com
                               ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร ค้นหา "กัมคารายา"
 
บทความจากเรื่อง : รังนกปลอม มาจากยางคารายา
เขียนโดย : Kungten Pathum
ดูรายละเอียดได้ที่นี้ : http://baipaknaru.blogspot.com/2013/03/blog-post_1321.html
 
บทความจากเรื่อง : ต้นกรรณิการ์ หรือคารายากัม
เขียนโดย : ปริชาติ หงษ์สิงห์, ชนิดา พลานุเวช และนิจศิริ เรืองรังษี
วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดูรายละเอียดได้ที่นี้ : http://www.chulapedia.chula.ac.th/index.php/ต้นกรรณิการ์ หรือคารายากัม
 

 
 
สาระน่ารู้เรื่อง รักนกแท้หรือรังนกปลอมจากยางคารายากันแน่
 
รังนก ได้มาจากน้ำลายของนกนางแอ่น ซึ่งในบ้านเราจะมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ นกแอ่นกินรัง นกแอ่นกินรังตะโพกขาว และนกแอ่นหางสี่เหลี่ยม ซึ่งรังที่ได้จากน้ำลายของนกทั้ง 3 ชนิดนี้สามารถนำมากินได้ทั้งหมด แต่รังของนกแอ่นกินรังจะเป็นที่นิยมที่สุดและหายากที่สุด ดังนั้นจึงมีราคาแพงที่สุดด้วย
 
เนื่องจากตามสรรพคุณยาจีน รังนกถือเป็นอาหารบำรุงร่างกายอย่างดี สามารถเพิ่มกำลังวังชาในผู้ที่อ่อนแอหรือคนชราได้
ดังนั้น จึงทำให้รังนกเป็นอาหารที่มีผู้นิยมบริโภคมากมาย เป็นที่ต้องการของตลาด แต่เนื่องจากนกแอ่นนั้นจะสร้างรังก็ต่อเมื่อจะวางไข่
และ 1 ปีนั้นจะสามารถสร้างได้เพียงแค่ 3 รังเท่านั้นและถ้ารังถูกเก็บไปนกก็จะไม่วางไข่
ทำให้จำนวนนกแอ่นลดน้อยลง ดังนั้นรังนกจึงหายาก และรังแรกที่สร้างจะถือว่าเป็นรังที่มีคุณภาพมากที่สุด
เนื่องจากเป็นรังที่สีขาวสะอาด
 
เมื่อความต้องการทางตลาดสูง จึงมีคนคิดที่จะทำรังนกปลอมขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค โดยรังนกปลอมนั้นผลิตขึ้นมาจาก ยางของต้นไม้ยืนต้น Sterculia urens มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เรียกว่า ยางคารายา ซึ่งมีลักษณะเป็นสีขาว เหลือง อมชมพู ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชู และมีคุณสมบัติดูดซับน้ำและพองตัว ไม่ละลายน้ำ จนทำให้ดูลักษณะคล้ายกับรังนกมาก จนไม่สามารถแยกออกได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งยางคารายานี้ จะใช้เป็นวัตถุดิบในการอุตสาหกรรม สิ่งทอ หรืออุตสาหกรรมกระดาษ
และอื่นๆ และราคาไม่แพงมาก
 
แม้ว่าจะมีการวิเคราะห์มาแล้วว่า ยางคารายา ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยเช่นกัน
ซึ่งการนำยางคารายา มาหลอกขายว่าเป็นรังนกนั้นจึงเป็นการทำร้ายสุขภาพจิตของผู้ที่ถูกหลอก
ถือว่าเป็นการหลอกลวงเพื่อหาผลกำไร จึงมีความผิดตามกฎหมาย ในการสังเกตว่าเป็นรังนกแท้หรือไม่ได้มีผู้แนะนำไว้ว่า
ให้สังเกตโดยการใช้แว่นขยายถ้าเป็นรังนกแท้ จะต้องมีขนละเอียดของนกติดอยู่บ้าง แม้ว่ารังนกจะถูกทำความสะอาดมาแค่ไหน แต่นกจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการสร้างรังและขลุกอยู่ในรัง ดังนั้นย่อมมีเศษขนละเอียดของนกติดอยู่ แต่เพื่อความแน่ใจก็สามารถส่งตัวอย่างมาตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์บริการได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจ 1,500 บาทต่อครั้ง ซึ่งเหมาะกับคนที่ซื้อเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปแปรรูป หรือขายต่อ
 
ส่วนผู้บริโภคทั่วไปนั้นในการเลือกซื้อจึงต้องดูราคาที่เหมาะสม และต้องสังเกตสัญลักษณ์ อย. ด้วย เพื่อป้องกันการถูกหลวกลวงจากผู้หวังผลกำไร
 
คัดลอกบทความความจาก : http://www.thaieditorial.com/รังนกแท้หรือรังนกปลอมจ
 

 
 
 
 
aaa